| พาดูที่ | padootee | padootee NO.1 Real Estate

รับงานรีวิว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท ทั่วประเทศไทย

🌐 ขายออนไลน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท ให้คนไทยใน 195 ประเทศทั่วโลก

🤝 รับพันธมิตรเข้าร่วมทีมทุกจังหวัด รายได้สูง การทำงานน้อย

📞 สนใจลงโฆษณาติดต่อสายด่วน คลิก

กฎหมายขายฝากฉบับใหม่ ปี 2566 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

เริ่มต้นทำความเข้าใจ "ขายฝาก" คืออะไร?

"ขายฝาก" คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้

สัญญาขายฝากเป็นสัญญาที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน ซึ่งผู้ขายฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนได้ต้องขอไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา หรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ ถ้าเป็น อสังหาริมทรัพย์มีกำหนดสูงสุดไม่เกิน 10 ปี และถ้าเป็น สังหาริมทรัพย์มีกำหนดไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันทำสัญญา

📞 โทรมาคุยหน่อย หรือปรึกษาเราได้ที่ : https://lin.ee/2sUU0LJ

สรุปสาระสำคัญของกฎหมายขายฝากใหม่ ปี 2566 ดังนี้

1. ระยะเวลาสัญญาขายฝากห้ามต่ำกว่า 1 ปี

กำหนดเวลาไถ่ถอนต้องมีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี และสูงสุดไม่เกิน 10 ปี (จากเดิมที่มักนิยมทำสัญญากันสั้นๆ เพียง 3-4 เดือนแล้วทำใหม่เป็นคราวๆ ไป ซึ่งสร้างความเสียเปรียบแก่ลูกหนี้) ภาครัฐจึงได้กำหนดเช่นนี้เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาเก็บเกี่ยวพืชผลการเกษตรที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีนั่นเอง

2. สินไถ่ห้ามเกิน 15% ต่อปี หรือเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือน

จำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณรวมดอกเบี้ยและผลประโยชน์ตอบแทนแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน โดยคำนวณนับแต่วันที่ขายฝากจนถึงกำหนดเวลาไถ่ถอน

หากเจ้าหนี้แอบแฝงค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ทำให้ลูกหนี้ต้องจ่ายเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด สัญญาในส่วนนั้นจะตกเป็นโมฆะทันที ไม่ใช่โมฆะเฉพาะส่วนที่เรียกเกินอัตรา

3. ผู้รับซื้อฝากต้องแจ้งวันไถ่ถอนและจำนวนสินไถ่ถอน ก่อนกำหนดอย่างน้อย 3-6 เดือน

โดยต้องทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝาก เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วย ในกรณีที่ผู้แจ้งไม่ใช่ผู้ซื้อฝากเดิม จะต้องแจ้งสถานที่ชำระสินไถ่และบุคคลที่จะต้องไปไถ่ถอนด้วย หากผู้รับซื้อฝากไม่ยอมแจ้ง จะถือว่ากำหนดเวลาไถ่ถอนถูกขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ

📞 โทรมาคุยหน่อย หรือปรึกษาเราได้ที่ : https://lin.ee/2sUU0LJ

4. สามารถเลือกไถ่คืนที่ไหนก็ได้

ลูกหนี้ผู้ขายฝากมีสิทธินำสินไถ่ไปวางทรัพย์ ณ สำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด/สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่เดิมที่จดทะเบียนขายฝาก เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ลูกหนี้มากยิ่งขึ้น

5. ไถ่คืนล่วงหน้าได้และได้ลดดอกเบี้ย

ให้สิทธิลูกหนี้ผู้ขายฝากนำสินไถ่มาชำระหนี้ล่วงหน้าก่อนถึงวันครบกำหนดได้ โดยจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยตามจริง แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้ผู้รับซื้อฝากอาจคิดค่าปรับการเสียโอกาสได้คล้ายกับธนาคาร แต่ค่าปรับต้องไม่เกิน 2% ของเงินต้น คิดจากวันที่ชำระก่อนกำหนดจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา

6. สิทธิการใช้ที่ดินระหว่างขายฝาก

ลูกหนี้ขายฝากมีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินทำเกษตรกรรมและเป็นที่อยู่อาศัยต่อไปได้ โดยไม่ต้องแบ่งรายได้หรือจ่ายค่าเช่าให้แก่เจ้าหนี้ขายฝาก

หากในวันจดทะเบียนขายฝาก ลูกหนี้ปล่อยให้ผู้อื่นเช่าอยู่ก่อนแล้ว ให้สิทธิสัญญาเช่านั้นคงสมบูรณ์ต่อไปโดยค่าเช่าจะตกเป็นของลูกหนี้ผู้ขายฝาก แต่หากหลังจดทะเบียนแล้วจะนำที่ดินออกให้คนอื่นเช่าใหม่เพื่อการเกษตรหรืออยู่อาศัย จะต้องตกลงร่วมกันระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้

7. กรณีไม่ไถ่ถอน ลูกหนี้ยังมีสิทธิในผลิตผลต่ออีก 6 เดือน

แม้ว่ากรณีหมดสัญญาแล้วไม่ได้มาไถ่คืน ทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากตามสภาพที่เป็นอยู่ แต่กฎหมายยังให้สิทธิผู้ขายฝากในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรหรือเข้าขนย้ายสิ่งของได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันครบกำหนดเวลาไถ่ถอน

สัญญาขายฝาก คืออะไร? ต่างจากจำนองหรือไม่?

สัญญาขายฝาก คือ นิติกรรมการขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัย และมีการไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนด โดยอยู่ภายใต้ พรบ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เพื่อคุ้มครองบุคคลธรรมดาให้ได้รับความเป็นธรรม

การขายฝาก คล้ายกับการนำทรัพย์สินไปจำนำ หรือจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นหลักประกันการกู้เงิน แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ การขายฝากกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่ทำสัญญา ในขณะที่การจำนอง กรรมสิทธิ์ยังเป็นของลูกหนี้อยู่จนกว่าจะโดนฟ้องร้องบังคับคดีเมื่อผิดนัดชำระ

📞 โทรมาคุยหน่อย หรือปรึกษาเราได้ที่ : https://lin.ee/2sUU0LJ

🌟 ประโยชน์ที่ผู้ขายฝากจะได้รับ

  • วงเงินกู้สูงกว่าการจำนองทั่วไป
  • ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน และไม่ต้องตรวจสอบ Statement ของธนาคาร
  • มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะทำสัญญา ณ กรมที่ดิน
  • ขั้นตอนการอนุมัติเงินกู้รวดเร็ว ทันใจ

🌟 ประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากจะได้รับ

  • ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยสูงตามระยะเวลาที่กำหนด
  • ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย 100%
  • ความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์เมื่อผู้ฝากขายผิดนัดชำระหนี้

เงื่อนไขและข้อกำหนดของสัญญาขายฝากที่ควรทราบ

  • ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดินเท่านั้น หากทำกันเองภายนอกสัญญาจะเป็นโมฆะทันที
  • ข้อมูลจำเป็นในสัญญาต้องมีครบถ้วน: ชื่อ-ที่อยู่คู่สัญญา, ราคาขายฝาก, สินไถ่, ลักษณะที่ดิน และกำหนดวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาขายฝาก (FAQ)

1. สัญญาขายฝากที่ดินต้องทำที่ไหน?
ตอบ: ต้องทำที่กรมที่ดิน ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น

2. สัญญาซื้อขายกับสัญญาขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: สัญญาซื้อขายคือสิทธิ์ขาดหลุดไปเลย หากจะซื้อคืนต้องตกลงราคาใหม่ซึ่งอาจสูงกว่าเดิมมาก แต่สัญญาขายฝากมีการระบุราคาและกำหนดวันไถ่ถอนคืนที่ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้นสัญญา

3. เมื่อขายฝากไปแล้ว ผู้ขายฝากสามารถไถ่คืนทรัพย์สินได้ไหม?
ตอบ: ไถ่คืนได้แน่นอนภายในกำหนดเวลา โดยจ่ายสินไถ่พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายที่ห้ามเกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน สามารถเลือกชำระเป็นรายเดือนหรือชำระพร้อมเงินต้นในวันไถ่ถอนก็ได้

👉 แนะนำ 5 ขั้นตอนขายฝากกับ พาดูที่ สะดวก ง่าย รวดเร็ว

1 ลงทะเบียนผู้ขายฝากผ่านลิงก์ https://lin.ee/iO1Huod เท่านั้น โดยกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง
2 ทีมงานพาดูที่ จะติดต่อกลับในเวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. เพื่อสอบถามและแจ้งรายละเอียด
3 พาดูที่ประสานงานกับบริษัทประเมินอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อประเมินราคาที่เที่ยงธรรม
4 พิจารณาวงเงินอนุมัติ หากผู้ขายฝากตกลงจะนำอสังหาริมทรัพย์ขึ้นระบบเพื่อนำเสนอผู้รับซื้อฝากที่สนใจทันที
5 เมื่อจับคู่เรียบร้อย นัดหมายทำสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน ภายใน 2-3 วันทำการ พร้อมรับเงินก้อนทันที

*หมายเหตุ: วงเงินอนุมัติขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการพิจารณาของทางบริษัทฯ

💬 คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "พาดูที่ padootee อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท"
โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้และอัปเดตข้อมูลดีๆ ก่อนใคร

👉 แตะที่นี่เพื่อเข้าร่วม LINE OpenChat 👈